****************************************ครั้งแรกที่ได้เห็น iPad ตัวเป็น ๆ ความคิดให้หัวพลันนึกถึง iPhone รุ่นที่ออกมาเมื่อปี 2007 ทันที เหตุด้วยตัวเครื่อง iPad ดูแน่นคล้าย ๆ กับ iPhone ที่เพิ่งออกมาเป็นครั้งแรก ตัว iPad ดูแน่นสมกับที่เป็นตัวโครงแบบ Unibody ที่แอปเปิ้ลใช้กับผลิตภัณฑ์ใหม่ ๆ เกือบทั้งหมดไม่ว่าจะเป็น MacBook, MacBook Pro และ iMac โดยด้านหน้าตัวเครื่องเป็นจอขนาดใหญ่ชนิดที่เรียกได้ว่าไม่เปิดเครื่องทำงาน ก็เอามาส่องหน้ากันแบบเต็มตากันได้เลย ด้านหลังเป็นอลูมินั่มแบบเดียวกับ MacBook Pro ดูแน่นหนา รอบ ๆ เครื่องมีปุ่มและช่องเท่าที่จำเป็นโดยขนาดปุ่มและช่องต่าง ๆ รอบเครื่องเมื่อมาอยู่บน iPad แล้วดูเล็กลงไปถนัดตาเพราะขนาดปุ่มต่าง ๆ เป็นขนาดเดียวกับที่อยู่บน iPhone งานประกอบตัวเครื่องคงไม่ต้องบรรยายมากเพราะเนียบตามสไตล์แอปเปิ้ลอยู่แล้ว
สำหรับของที่ให้มาในกล่องนอกจากตัวเครื่อง แล้วก็มีแค่สาย USB, อแดปเตอร์ชาร์ตไฟบ้าน ส่วนคู่มือ (แต่อย่าเรียกคู่มือเลยดีกว่า) มีมาให้เป็นแผ่นพับ ส่วนเล่มจริงต้องดาวน์โหลดเอาเองจากเว็บแอปเปิ้ล แต่จริง ๆ แล้วแอปเปิ้ลได้ซ่อนคู่มือ iPad ไว้ให้ในเครื่องแล้วใน Safari โดยมีการตั้งค่าบุ๊คมาร์คหน้าเว็บ iPad User Guide ไว้ให้เรียบร้อย ซึ่งพอกดเข้าไปก็ถือว่าแอปเปิ้ลเตรียมส่วนนี้มาดีทีเดียว แต่ใครจะรู้ว่าแอปเปิ้ลเตรียมมาให้แบบนี้ ?
ด้านการใช้งานทั่วไป
ไม่ต่างกับการใช้งานบน iPhone หรือ iPod touch เพียงแต่เราจะรู้สึกแปลก ๆ ที่หน้าจอใหญ่ขึ้นแบบชนิดที่เรียกว่าพอกลับไปใช้ iPhone หรือ iPod touch จะรู้สึกได้เลยทันทีว่าทำไมจอ iPhone มันเล็กจังทั้ง ๆ ที่ก่อนจะมี iPad จอ iPhone ก็ปกติอยู่ดี ๆ แต่ไหงพอมี iPad แล้วเหมือนจอ iPhone มันหดลง :)
ด้านความเร็วของตัวเครื่องถ้าใช้งานทั่วไปเช่นการเปิดเว็บ, เช็คอีเมลหรือเปิดแอพฯ Facebook ฯลฯ ไมต่างจากการใช้งานบน iPhone 3GS สักเท่าไหร่ ความแรงและเร็วของซีพียู A4 ของ iPad จะเห็นได้ชัดจากการเปิดเล่นเกมที่ “เร็วปรี๊ด” กว่าบน iPhone 3GS แบบสังเกตได้ชัด ที่เคยๆพูดว่า iPhone 3GS ประสิทธิภาพดีกว่า iPhone 3G สองเท่า คงต้องเปลี่ยนใหม่เป็น iPad ประสิทธิภาพดีกว่า iPhone 3GS สองเท่าแล้วล่ะ
ด้านการจับถือและน้ำหนักมีหลายคนถามเข้ามาว่าจับมือเดียวถนัดหรือไม่ ถนัดครับแต่ต้องแน่นในระดับหนึ่งถือถ้าจับแบบหลวม ๆ มีิสิทธิที่เครื่องจะหล่นได้เพราะตัวเคื่องบางพอควรทำให้ตัวเครื่องไม่ได้ อยู่ในอุ่งมือเต็มที่และน้ำหนักของเครื่องที่อาจทำให้เครื่องหล่นจากมือได้ ส่วนการจับถือสองมือไม่ว่าจะแนวตั้งหรือแนวนอนกระชับดีด้วยความที่ด้านหลัง เป็นโค้งแบบหลังเต่าคล้ายกับ iPhone 3GS ทำให้เวลาสอดมือเพื่อถือเครื่องปลายนิ้วจะไปถึงหรือเกือบถึงโลโก้แอปเปิ้ล ด้านหลังเครื่อง ซึ่งเป็นจุดที่กระชับที่สุดในการถือเครื่อง
สำหรับน้ำหนัก 680 กรัม ถ้าดูจากตัวเลขเหมือนจะเบา ซึ่งก่อนได้เครื่องมาคิดเอาเองว่าคงไม่มีปัญหาในการจับถือมือเดียว แต่เอาเข้าจริงน้ำหนักขนาดนี้เป็นปัญหาในการมือถือเดียวเวลาอ่านหนังสือเยอะ เหมือนกัน ซึ่งทำให้ผมถึงบางอ้อที่เห็นในวิดีโอสาธิตการใช้ iPad ในเว็บแอปเป้ิลว่าทำไมต้องวางไว้ที่หน้าขาทุกครั้งที่เห็นจากในวิดีโอ
มีอะไรแปลกใหม่เพิ่มเข้ามาบ้าง ?
Photos สำหรับหน้าตาใน Photos มีการเปลี่ยนแปลงให้ดูหวือหวาขี้นกว่าบน iPhone/iPod touch นิดหน่อย แต่เมื่อได้ใช้งานจริง ๆ ก็ยังไม่ได้มีฟีเจอร์ที่เรียกว่าใหม่จริง ๆ เพิ่มเข้ามาแต่อย่างใด


อยากได้จัง แต่ไม่มีปัญญาซื้อ ฮ่าๆๆ
ตอบลบดีจัง ความรู้ใหม่ น่ะเนี่ย เพระไม่เคย หาความรู้เรื่อง นี้เลย ดีๆๆ
ตอบลบอ่านปุ๊บ เกิดกิเลสเลย อยากได้
ตอบลบโอ้วว IPad อยากได้มากมาย น่าสนใจมาก
ตอบลบได้ความรู้เพิ่มเติมเยอะเลย เอามาฝากอีกนะ ^^
เป็นบทความที่ดี
ตอบลบทำให้มีความรู้ในเรื่องนี้เพิ่มมากขึ้น
เป็นการแนะนำเทคโนโลยีใหม่ๆ
นู๋ฝันสักวันมันจะมาอยู่ในกระเป๋าเป้ อุ๋ม อิอิ
ตอบลบพี่เอ...อยากได้ ซื้อให้แหน่555+
ตอบลบขอบคุณสำหรับความรู้ค่า สวยได้ใจ ipad
55+ เมื่อเช้าดูรายการ
ตอบลบของสรยุทธ์ เขาบอกว่า
ตอนนี้ พวกipot ipad กะลัง
มีปัญหานี้น๊า ต้องรอ ทางapple เขาอัพsoftwareเขาได้
ก่อน แต่ก็อยากได้ซักเครื่องเหมือนกัน
กร๊ากๆๆ
น่าสนอ้ะ อยากได้มั้งจัง
ตอบลบน่าสนใจมาก ๆ เห็นแล้วอยากได้ ๆ อิอิ
ตอบลบนั่นสิ อยากได้แต่ไม่มีปัญญาซื้อ ทำไงถึงจาได้ 55+
ตอบลบอยากได้อยู่เหมือนกันครับ แต่ก็ไม่รู้ว่าจะเอามาทำอะไร...เปลี่ยนใจ อยากได้ MACBOOK PRO 15" แทนครับ
ตอบลบมีตังค์เมื่อไร...เราเจอกันแน่..
ตอบลบอัพเดทตัวใหม่มาดูบ้างดิคะ ฮ่าๆ
ตอบลบดีจังเลย..พึ่งรู้จัก
ตอบลบ